วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561

แบบฝึกหัดท้ายบทที่8

แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 8
1.จงอธิบายถึงรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในปัจจุบัน
ตอบ  รูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในปัจจุบันมี 3 รูปแบบ ได้แก่ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย
2.จงวิเคราะห์และสรุปถึงสภาพปัญหาของการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ  ประเทศไทยยังคงเผชิญกับปัญหาการจัดการศึกษา และการเลี้ยงดูเด็กทั้งในเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ ทั้งนี้อาจมีสาเหตุเนื่องจากการให้บริการแก่เด็กปฐมวัย ในประเทศไทยในปัจจุบันยังขาดทิศทาง และความเป็น เอกภาพ ไม่มีนโยบาย เด็กปฐมวัยที่ชัดเจนจากรัฐบาล รวมตลอดถึงไม่มีการกำหนดหลักการและมาตรฐานการดูแลเด็กระดับชาติเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ
3.จงอธิบายถึงแนวโน้มของการจัดการศึกษาปฐมวัยในเรื่องการให้บริการแก่เด็กอายุ 3 – 5 ปี
ตอบ  แนวโน้มการจัดการศึกษาปฐมวัยเกิดจากสภาพปัญหาที่เกี่ยวข้องกับตัวเด็กและความต้องการในการเปลี่ยนแปลงการจัดการศึกษาปฐมวัยที่ต้องการให้เด็กได้รับโอกาสในการเข้าศึกษาเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีพัฒนาการตามศักยภาพของเด็กโดยองค์รวม
 1. การจัดการศึกษาปฐมวัยในอนาคตควรมีการขยายการจัดบริการเพื่อให้เด็กทุกคนมีโอกาสได้รับบริการอย่างทั่วถึง
 2. พัฒนาสุขภาพและสมองของเด็ก
 3. ให้ความสำคัญกับคุณภาพของครูในการปฏิบัติหน้าที่
 4. ส่งเสริมให้มีการทำวิจัยในชั้นเรียนเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตรและวิธีการสอนที่เหมาะสม
 5. ส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
 6. รัฐควรมีมาตรการให้ความช่วยเหลือแก่แม่ที่มีปัญหาพิเศษบางกลุ่ม
 7. รัฐควรมีมาตรการคุ้มครองเด็กที่มีปัญหา
 8. ส่งเสริมและเปิดโอกาสให้เด็กมีโอกาสเรียนรู้จากระบบสื่อสารให้มากขึ้น
 9. พ่อแม่ควรจะได้เรียนรู้วิธีการใช้เวลาอยู่กับลูกอย่างมีคุณภาพรวมถึงการให้การศึกษาแก่ผู้สูงอายุในการเลี้ยงดูเด็ก
4.จงอธิบายถึงแนวโน้มในการให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ  ส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาในรูปของการจัดตั้งคณะกรรมการโรงเรียนที่มีผู้ปกครองและสมาชิกชุมชนร่วมเป็นกรรมการด้วย ทั้งนี้เพื่อเป็นเครื่องมือใน การประสานความร่วมมือระหว่างชุมชนและโรงเรียนในการพัฒนาเด็ก
5.จงอธิบายถึงความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงในการจัดการศึกษาด้านปฐมวัย
ตอบ  1. มีการยอมรับความสำคัญของปฐมวัยในรูปของการกระทำมากยิ่งขึ้น จากความเชื่อเดิมที่ว่า เด็กบางคน ยังเด็กเกินไปที่จะเรียน
          2. มีการยอมรับว่า การเตรียมความพร้อมที่ดีสำหรับเด็กในปฐมวัยมีส่วนช่วยให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ มีคุณธรรม และประสบความสำเร็จในชีวิตมากขึ้น การจัดเตรียมความพร้อมของเด็กอย่างมีระบบในรูปของสถานศึกษาปฐมวัย จึงมีความจำเป็นเพื่อช่วยพ่อแม่อีกแรงหนึ่ง
         3. พ่อแม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องมีแหล่งในการเตรียมความพร้อมของเด็กที่มิใช่สถานที่สอนให้เด็กปฐมวัยต้องมาอ่าน เขียน หรือคำนวณ
6.จงอธิบายถึงแนวโน้มของนโยบายของรัฐในการจัดการศึกษาปฐมวัยของไทย
ตอบ  รัฐมีนโยบายที่เป็นนโยบายทั่วๆไปเกี่ยวกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแก่งชาติจะต้องระบุแผนพัฒนาประชากร นโยบายเกี่ยวกับพ่อแม่ ครอบครัว ผู้ปกครอฝ เน้นให้ความรู้ในการอบรมเลี้ยงดู นโยบายความเสมอภาคทางการศึกษา
7.จงอธิบายถึงโครงการให้ความรู้แก่พ่อแม่ ผู้ปกครองในการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ  การให้ความรู้เกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็ก เพราะเด็กอยู่ในความรับผิดชอบของสถาบันครอบครัว การให้ความรู้แก่ผู้ปกครองถือเป็นกระบวนการทางสังคม ซึ่งสังคมมีหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ให้แก่บุคคลภายในสังคมให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในสังคมทั้งในและนอกระบบ   การให้การศึกษาแก่ผู้ปกครองจึงเป็นการช่วยเหลือพ่อแม่ ผู้ปกครอง ตลอดจนผู้ที่เตรียมตัวจะเป็นพ่อแม่ให้ได้เรียนรู้ถึงวิธีการในการดูแล อบรมเลี้ยงดู และให้การศึกษาแก่เด็ก เพื่อให้เด็กเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพและได้รับประสบการณ์ที่มีคุณค่า เพื่อการพัฒนาตนต่อไปในอนาคต
8.จงอธิบายถึงโครงการความร่วมมือขององค์กรต่าง ๆ ในชุมชนในการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ  การให้พ่อแม่ผู้ปกครองได้รับความรู้ คำแนะนำ และความช่วยเหลือโดยการรวมกล่มกันจัดตั้งเป็นชมรม และเครือข่ายพ่อแม่ ผู้ปกครองเพื่อร่วมมือกันในการพัฒนาการเด็กปฐมวัยเพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนเสียงของพ่อแม่ ผู้ปกครองในการติดต่อและเสนอแนะประเด็นต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของพ่อแม่และครอบครัวในการจัดการศึกษาปฐมวัย
9.จงอธิบายถึงโครงการเครือข่ายพ่อแม่ ผู้ปกครองในการพัฒนาการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ  มีส่วนช่วยเหลือร่วมมือการให้บริการการให้การศึกษาแก่พ่อแม่ ผู้ปกครองให้มีความรู้เกี่ยวกับเด็กปฐมวัย และการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
10.แนวโน้มของการศึกษาปฐมวัยของไทย ตามความคิดเห็นของนักศึกษา เป็นอย่างไร
ตอบ  ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาควรเห็นความสำคัญของการศึกษาปฐมวัยเนื่องจากเพื่อเป็นการพัฒนาเด็กอย่างมีคุณภาพ เพราะในวัยนี้เป็นช่วงวัยที่สำคัญและมีการพัฒนาการมากที่สุดในช่วงชีวิต ไม่ควรที่จะละเลยความสำคัญของเด็กปฐมวัย

แบบฝึกหัดท้ายบทที่7


แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 7
1.จงอธิบายถึงแนวคิดการสอนแบบมอนเตสซอรี
ตอบ  เป็นการเรียนการสอนที่ยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง ซึ่ง ดร.มาเรีย มอนเตสเซอรี่เชื่อว่า การศึกษากับในวัยเริ่มต้น ไม่ใช่การนำความรู้ไปบอกเด็ก แต่ควรเป็นการปลูกฝังให้เด็กได้เจริญเติบโตไปตามธรรมชาติของเขา
2.จงอธิบายถึงการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนแบบมอนเตสซอรี
ตอบ    มอนเตสซอรี่มีความเชื่อว่าการเรียนรู้และซึมซับด้วยตนเองในเสรีภาพที่มีขอบเขตจาก
สิ่งแวดล้อมที่เตรียมไว้จะท าให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งหลักสูตรของมอนเตสซอรี่แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ
ได้แก่ การศึกษาทางด้านทักษะกลไก (motor education) การศึกษาทางด้านสัมผัส (education of
the senses) และการเตรียมส าหรับการเขียนและคณิตศาสตร์ (preparation for writing and
arithmetic) โดยมีการประเมินผลซึ่งการสอนตามแนวคิดของมอนเตสซอรี จะมีการประเมินผลการ
เรียนของเด็ก โดยการสังเกตเด็กจากสิ่งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
1 ความสามารถในการท ากิจกรรมแต่ละกลุ่ม
2 การใช้อุปกรณ์การเรียนแต่ละชิ้น
เมื่อครูได้สังเกตเด็กแล้วครูจะรายงานผลการเรียนให้ผู้ปกครองทราบเป็นระยะ ๆ ซึ่งการ
รายงานผลการเรียนจะท าได้หลายรูปแบบ เช่น การส่งผลงานเด็กกลับบ้าน การสนทนากับ
ผู้ปกครอง การให้ผู้ปกครองเข้ามาสังเกตในห้องเรียน
3.จงอธิบายถึงแนวคิดในการสอนแบบธรรมชาติ
ตอบ  เป็นนวัตกรรมที่มีความเชื่อว่าการสอนภาษาให้กับเด็กจะต้องเป็นภาษาที่สื่อความหมาย โดยให้เด็กเรียนรู้จากการเล่น เป็นการสอนภาษาแบบบูรณาการ ทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียนไปพร้อม ๆ กับสิ่งแวดล้อม  หรือ สภาพการณ์ จริงจะช่วยให้ภาษานั้นง่ายต่อการเรียนรู้
4.จงอธิบายถึงแนวการจัดกิจกรรมการสอนภาษาแบบธรรมชาติ
ตอบ  การจัดประสบการณ์การเรียนการสอนที่เน้นการสอนภาษาอย่างมีความหมายให้เด็กได้เรียนรู้ภาษาจากสิ่งต่างๆในชีวิตประจำวัน โดยการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนภาษา เปิดโอกาสให้เด็กได้ใช้ภาษาในการสื่อสารภาษา ให้เด็กพัฒนาทักษะทางภาษาทั้งในด้านการฟัง พูด อ่าน และเขียนไปพร้อม ๆ กัน เปิดโอกาสให้เด็กได้เลือกทำในสิ่งที่สนใจ ลงมือกระทำด้วยตนเอง โดยครูเป็นผู้สนับสนุนการเรียนรู้ และร่วมมือจัดการเรียนการสอนร่วมกันระหว่างเด็กกับครู สร้างปฏิสัมพันธ์ของเด็กกับเพื่อน ในบรรยากาศที่อบอุ่น
5.จงอธิบายถึงแนวคิดของการสอนแบบเรกจิโอ เอมีเลีย
ตอบ  การเรียนการสอนตามแนวคิดของเรกจิโอ เอมีเลีย พัฒนาแนวคิดและทฤษฎีจากนัก
การศึกษาที่มีชื่อเสียงหลายท่าน เช่น เพียเจต์ดิวอี้ และจากการศึกษาทฤษฎีต่าง ๆ เป็นแนวทางให้กลุ่ม ทำงานการศึกษาปฐมวัยในเรกจิโอ เอมีเลีย มีทิศทางชัดเจนขึ้น โดยนำข้อค้นพบมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับสภาพทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองของชุมชนเรกจิโอ เอมีเลีย การศึกษาตามแนวคิดนี้มีความเชื่อว่าการเรียนรู้ต้องเกิดจากที่ผู้เรียนสนใจที่จะเรียนรู้และลงมือปฏิบัติ เพื่อก่อให้เกิดประสบการณ์ตรงที่จะนำไปสู่การเรียนรู้ มิใช่เกิดจากการก าหนดหลักสูตรไว้ล่วงหน้า
6.จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนของเรกจิโอ เอมีเลีย
ตอบ  หลักการเรียนการสอนแนวเรกจิโอ เอมิเลียจะเน้นให้เด็กได้ลงมือทำโครงการอย่างจริงจัง ดังนั้นในแต่ละโครงการจึงจะใช้เวลาค่อยข้างมาก และได้ผลงานเพียงไม่กี่ชิ้น การประเมินผลจึงวัดจากผลงานและการสื่อสารของเด็กเป็นหลัก
7.จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนแบบไฮ/สโคป
ตอบ  เป็นการจัดการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ให้โอกาสเด็กในการเลือกทำสิ่งต่างๆ ตามความสนใจของตนเอง หลักสูตรการสอนแบบ ไฮ / สโคป ริเริ่มพัฒนาโดยนักการศึกษาชื่อ ไวคาร์ดได้จัดโครงการเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ด้อยโอกาส
8.จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนแบบโครงการ
ตอบ   การเรียนการสอนแบบ Project Approach ชึ่งมีกระบวนการเรียน แบ่งออกเป็น3ระยะ คือ
ระยะที่ 1 เริ่มต้นโครงการจุดเริ่มต้นของ Project Approach เริ่มด้วยการเสนอหัวข้อเลือกที่เด็กๆ สนใจจะเรียนรู้ ซึ่งเด็กๆ ได้ร่วมกันเสนอเรื่องต่างๆ
ระยะที่ 2 สืบค้น ระยะสืบค้นน้น เด็กๆได้ร่วมกันสืบค้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆเพื่อหาคำตอบในสิ่งที่ตนเอง สงสัยแล้วนำมาสรุปร่วมกันกับเพื่อนเพื่อหาคำตอบโดยเด็กๆ และครูช่วยกันวางแผนดำเนินกิจกรรมใน การเรียนรู้เพื่อหาคำตอบเช่น การสำรวจจากของจริง ภาพถ่าย อินเตอร์เน็ต จากวิทยากรในชุมชนมาให้ความรู้
ระยะที่ 3 รวบรวม และ การสรุป ประกอบไปด้วย
1. การแสดงผลงาน
2. สนทนาสรุปการดำเนินกิจกรรม /ข้อเสนอแนะ ปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน
พร้อมกันนี้ร่วมกันสนทนาสรุปถึงขั้นตอนหรือกระบวนการทำงานประโยชน์ในการนำธรรมชาติ และวัสดุใกล้ตัว ตลอดจนร่วมกันเสนอแนะข้อคิดเห็นในการดำเนินกิจกรรมครั้งต่อไป
9.จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนแบบวอลดอร์ฟ
ตอบ  การสอนแบบวอลดอร์ฟมุ่งพัฒนาศักยภาพของเด็กอย่างอิสระตามความสามารถของ
เด็ก โดยสร้างบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ ให้เด็กเห็นตัวอย่างวิถีธรรมชาติ ซึ่งมีแนวทางในการจัดการเรียนการสอน ด้วยการให้เด็กทำซ้ำๆเพื่อซึมซับ ทำความเข้าใจกับสิ่งต่างๆ
10.จงเลือกและอธิบายถึงแนวคิดการสอนที่คิดว่าดีที่สุด และเหมาะสมที่สุดส าหรับเด็กปฐมวัย พร้อม ให้เหตุผลประกอบ
ตอบ  แนวการเรียนการสอนแบบ วอลดอร์ฟ เพราะเน้นเรื่องของการเชื่อมโยงมนุษย์กับจักรวาล โดยมีมุมมองว่า เด็กควรได้เล่นอย่างอิสระ ชีวิตเรียบง่ายกลมกลืนกับธรรมชาติ เน้นการสอนให้รู้จักจุดยืนที่สมดุลของตนในการใช้ชีวิตอยู่บนโลก โดยผ่านกิจกรรม 3 อย่างคือ กิจกรรมทางกาย ผ่านอารมณ์ความรู้สึก และผ่านการคิด เน้นการให้เด็กได้ใช้พลังทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นสติปัญญา ด้านศิลปะ และด้านการปฏิบัติอย่างพอเหมาะ

แบบฝึกหัดท้ายบทที่6

แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 6
1.จงอธิบายถึงความหมายของนวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัย
ตอบ  การนำแนวคิดและวิธีการหรือการกระทำใหม่ ๆ ตลอดจนวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ทางการศึกษาปฐมวัยมาใช้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดการศึกษาปฐมวัยให้ดียิ่งขึ้น โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจน
2.จงอธิบายถึงความสำคัญของนวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัยที่มีต่อเด็กปฐมวัย
ตอบ  เรียนรู้ด้วยการกระทาจากประสบการณ์ตรงที่ประกอบด้วยสิ่งที่เป็นรูปธรรมต่าง ๆ แล้วนาไปสู่นามธรรมในที่สุด ดังนั้นการจัดการศึกษาปฐมวัยจึงให้ความสำคัญในเรื่องความแตกต่างระหว่างบุคคล โดยมุ่งจัดประสบการณ์ตามความถนัด ความสนใจ และความสามารถของแต่ละคนเป็นเกณฑ์ เพื่อพัฒนาให้เด็กมีความพร้อมในการเรียน
3.จงอธิบายถึงทฤษฎีที่มีอิทธิพลต่อรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทย
ตอบ  ประเทศไทยเรายังไม่มีทฤษฎีหรือหลักการในการพัฒนาเด็กที่พัฒนาขึ้นจากฐานข้อมูลที่มาจากเด็กไทย และบริบททางสังคมและวัฒนธรรมไทย ดังนั้นคณะกรรมการวิจัยจึงได้พยายามศึกษาและผสมผสานความรู้ตามหลักสากลกับภูมิปัญญา วิถีชีวิตและระบบคุณค่าของสังคมไทยเข้าด้วยกันเพื่อช่วยให้ได้หลักการ และรูปแบบในการพัฒนาเด็กไทยให้มีคุณภาพ
4.จงวิเคราะห์ถึงกระบวนการพัฒนาของหลักการและรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทย
ตอบ  ขั้นการสร้างหลักการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทย คณะกรรมการวิจัยรวบรวมข้อมูลพื้นฐานทั้งของไทยและต่างประเทศวิเคราะห์แนวคิดที่ใช้เป็นฐานของการวิจัยและกำหนดเป็นหลักการในการพัฒนาเด็ก
5.จงอธิบายถึงการนำรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทยไปใช้ในการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ  รูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทย ยึดหลักการพัฒนา 2 รูปแบบคือ
                 - รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทยโดยครอบครัวเป็นรูปแบบที่มุ่งพัฒนาเด็กวัย 0-3 ปีผ่านทางการพัฒนาพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดู
                 - รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทย รูปแบบที่มุ่งพัฒนาเด็กวัย 3-6 ปี ผ่านทางการพัฒนาผู้ดูแลเด็ก
6.จงอธิบายถึงหลักการของการศึกษาแนววิถีพุทธในการพัฒนาคนให้เป็นผู้ที่มีความรู้
ตอบ  พัฒนาคนให้รู้จักเป็นอยู่อย่างดี โดยสอดคล้องกับความจริงของชีวิตที่เป็นไปตามธรรมดา เราเอาความจริงของธรรมดามาใช้ประโยชน์ด้านจิตใจ เจตจานง และด้านปัญญา ความรู้สึก ความเข้าใจ ดาเนินประสานไปด้วยกัน และส่งผลต่อกันโดยเจตจานงของจิตใจ แสดงตัวออกมาสู่พฤติกรรมและการสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม ปัญญาที่เข้าใจมาพัฒนาพฤติกรรม ทาให้ได้ผลดียิ่งขึ้น และทาให้จิตใจมีขอบเขตออกไปแล้วมีสภาพดีขึ้น
7.จงอธิบายถึงหลักของการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ
ตอบ  เน้นการเรียนรู้ การค้นพบด้วยตนเอง การประเมินตนเองและปรับปรุงแก้ไขผลแห่งการปฏิบัติ โดยมีครูเป็นกัลยาณมิตรคอยชี้แนะและสร้างบรรยากาศทางวิชาการและสิ่งแวดล้อมที่มีสุนทรียภาพ
8.จงอธิบายถึงปัจจัยของการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ
ตอบ  ปัจจัยของการเรียนรู้มี 2 ปัจจัยหลัก คือ ปัจจัยภายนอก ได้แก่ วิธีการแห่งศรัทธา และปัจจัยภายใน ได้แก่ วิธีการแห่งปัญญา
9.จงอธิบายถึงแนวคิดการสอนแบบจิตปัญญา
ตอบ  เป็นการสอนที่มุ่งถึงจิตใจของผู้เรียนที่ต้องการเรียนอย่างมีความสุข ควบคู่ไปกับการพัฒนาปัญญา วิธีการสอนจะเน้นที่กิจกรรมการสอนของครู ที่จะทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง ซึ่งการสอนแบบจิตปัญญาพัฒนาขึ้น  ความหมายของการสอนแบบจิตปัญญาว่า หมายถึง การจัดกิจกรรมที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางโดยมุ่งถึงจิตปัญญา โดยให้ความหมายจิตว่าเป็นการเรียนที่ตรงกับความต้องการของผู้เรียน มีปฏิบัติการทางความคิด ตื่นตัวและสนุกที่จะเรียน
10.จงเปรียบเทียบแนวคิดของรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทยกับแนวคิดการสอนแบบจิตปัญญามีความแตกต่างกันหรือความเหมือนกันอย่างไร
ตอบ  มีความเหมือนกันเพราะ หลักการและรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทย และการสอนแบบจิตปัญญาจะมุ่งเน้นการสอนด้วยการให้เด็กลงมือปฏิบัติการและคิดด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดการเรียนรู้สิ่งใหม่จากกิจกรรมนั้นๆและยังเกิดการปฏิสัมพันธ์กับคนในสังคมด้วย

แบบฝึกหัดท้ายบทที่5

แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 5
1.จงอธิบายถึงจุดมุ่งหมายในการจัดสถานศึกษาระดับปฐมวัย
ตอบ   1. เพื่อช่วยพัฒนาเด็กให้มีความงอกงามทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา
            2. เพื่อเตรียมให้เด็กมีความพร้อมที่จะเข้าเรียนในชั้นประถมต่อไป
            3. เพื่อฝึกให้เด็กมีระเบียบวินัย
            4. เพื่อปลูกฝังนิสัยอันดีงามแก่เด็ก
            5. เพื่อให้เด็กได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีที่ถูกสุขลักษณะ
            6. เพื่อฝึกให้เด็กช่วยเหลือตนเอง
            7. เพื่อส่งเสริมให้เด็กได้รับการเลี้ยงดูอย่างถูกต้องและเหมาะสม
            8. เพื่อเผยแพร่วิทยาการใหม่ ๆ เกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยให้กับผู้ปกครองและ บุคคลในชุมชน
           9. เพื่อช่วยเหลือเด็กในด้านสาธารณสุข โภชนาการ และการศึกษา
           10. เพื่อฝึกให้เด็กรู้จักการรักษาความสะอาดมีสุขนิสัยที่ดี
           11. เพื่อพัฒนาทัศนคติที่ดีต่อแพทย์ พยาบาล และทันตแพทย์
           12. เพื่อให้เด็กได้มีโอกาสเล่นกับเครื่องเล่นต่าง ๆ หลายชนิด
           13. เพื่อช่วยเหลือพ่อ แม่ ที่ไม่สามารถเลี้ยงลูกของตนเองได้ เนื่องจากเหตุผลต่าง ๆ                            
           14. เพื่อพัฒนาบุคลิ  กภาพที่ดีงามให้แก่เด็กตั้งแต่วัยเด็ก เพื่อจะได้เติบโตเป็นบุคคลที่มี บุคลิกภาพที่ดี
2.จงอธิบายถึงแนวคิดในการเลือกรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ  เด็กทุกคนมีความต่างกันไม่ว่าจะเป็นด้านการเจริญเติบโต การเรียนรู้ ระดับสติปัญญา ความรู้สึกและดารตอบสนองสิ่งต่างๆ พันธุกรรมสิ่งแวดล้อมเป็นตัวกำหนด การเลี้ยงดูและการจัดประสบการณ์ที่เหมาะสม และต้องคำนึงถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยอย่างมีประสิทธิภาพ
3.จงอธิบายถึงรูปแบบของการจัดการศึกษาปฐมวัย ตามแนวคิดของเยาวพา เดชะคุปต์ ทั้ง 9 รูปแบบ
ตอบ  1. โรงเรียนอนุบาล (kindergarten) เป็นชื่อที่ใช้ส าหรับการจัดการศึกษาส าหรับเด็กที่มี
อายุตั้งแต่ 37 ปี
           2. สถานบริบาลเด็ก (nursery school) ฮิมส์ (Hymes) กล่าวว่า สถานบริบาลเด็ก
หรือ เนิร์สเซอรี่เป็นโครงการที่จัดขึ้นส าหรับเด็กวัย 25 ปี
           3. โรงเรียนส าหรับเด็กก่อนวัยเข้าเรียน (preschools) หรือบางทีเรียกว่า สถาน
บริบาล” (nursery school) เป็นโครงการที่จัดขึ้นเพื่อเน้นพัฒนาการด้านอารมณ์ของเด็กและเสริมสร้างกิจกรรมเฉพาะด้านที่เรียกว่า “Enrichment Activities” ซึ่งเป็นโครงการครึ่งวัน ปัจจุบันโรงเรียนสำหรับเด็กก่อนวัยเข้าเรียนจะเน้นพัฒนาการด้านสติปัญญา โดยเน้นในรูปขอกิจกรรมการเล่น
          4. ศูนย์เลี้ยงเด็กกลางวัน (child care center) คือ ศูนย์ที่ให้บริการการเลี้ยงดูเด็กอายุ
ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 4 ปี ส าหรับพ่อแม่ที่ท างานในเวลากลางวันตั้งแต่เช้าถึงเย็น
          5. บ้านรับเลี้ยงเด็ก (family day care homes) คือ ศูนย์รับเลี้ยงเด็กที่จัดทำขึ้นที่บ้านซึ่งจะจัดขึ้นสำหรับรับเลี้ยงเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง34 ปี ในบ้านของตน โดยรับเด็กจำนวนน้อยคนซึ่งต้องมีใบอนุญาตจัดตั้ง
          6. โครงการเฮดสตาร์ท (head start) คือ โครงการส าหรับเด็กที่อยู่ในครอบครัวที่ยากจนหรือมีรายได้ต่ำทั้งนี้เพื่อให้โอกาสเด็กได้มีโอกาสพัฒนาเท่าเทียมกับเด็กอื่น ๆ
          7. ศูนย์แม่และเด็ก (parent – child centers) คือ โครงการที่จัดขึ้นเพื่อให้การศึกษาแก่เด็กปฐมวัยที่มาจากครอบครัวที่ยากจน ซึ่งจัดขึ้นเพื่อให้การศึกษาแก่แม่และเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 3 ปี
          8. โครงการโฮมสตาร์ท (home start) คือ โครงการที่จัดขึ้นสำหรับเด็กที่มาจากครอบครัวที่ยากจนเช่นกัน โดยเน้นการให้การศึกษาแก่พ่อแม่และเด็กที่บ้าน
          9. โครงการให้การศึกษาแก่พ่อแม่ (parenteducation) คือ โครงการที่ให้การศึกษาแก่พ่อแม่เกี่ยวกับพัฒนาการและการอบรมเลี้ยงดู และการให้การศึกษาบุตร ซึ่งอาจจะเป็นการจัดที่สถาบันการศึกษา หรือที่บ้านของเด็ก
4.จงอธิบายถึงรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบโรงเรียน
ตอบ  มีรูปแบบการจัด 2 ลักษณะ
                                1. ชั้นอนุบาล ใช้เวลาในการจัดการศึกษาประมาณ 2-3 ปี
                                2. ชั้นเตรียมประถมศึกษา ใช้เวลาในการจัดการศึกษา  1 ปี
5.จงอธิบายถึงรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบศูนย์พัฒนาเด็ก
ตอบ  ในรูปแบบศูนย์พัฒนาเด็ก หรือสถานรับเลี้ยงเด็กนั้นมีเป้าหมายหลักอยู่ที่เด็กปฐมวัยที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิด 6 ปี ที่ด้อยฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งได้แก่ เด็กยากจนในเขตพื้นที่ชนบทห่างไกลและชนกลุ่มน้อย เด็กที่อยู่ในชุมชนแออัด และเด็กด้อยความสามารถทางด้านร่างกาย สมองและจิตใจ การจัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบศูนย์พัฒนาเด็กมีชื่อเรียกต่างกัน เช่น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ สถานรับเลี้ยงเด็กกลางวัน ฯลฯ
6.จงอธิบายถึงรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบอื่น
ตอบ  เด็กบางกลุ่มที่ไม่มีโอกาสเข้ารับบริการ การอบรมเลี้ยงดูจากโรงเรียนหรือศูนย์พัฒนาเด็กจึงมีการจัดกิจกรรมที่จัดเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยในรูแบบอื่น ๆ เช่น การพัฒนาเด็กโดยหน่วยงานพัฒนาเด็กเคลื่อนที่ ซึ่งจัดกิจกรรมการให้ความรู้ความเข้าใจแก่พ่อแม่ ผู้ปกครองด้วยวิธีการสาธิต ฝึกอบรมการเลี้ยงดูเด็กตามหลักวิชาการแผนใหม่
7.จงอธิบายถึงหน่วยงานที่จัดการศึกษาปฐมวัยในระบบโรงเรียนอนุบาล
ตอบ    โรงเรียนอนุบาลของรัฐ หน่วยงานของรัฐที่ดูแลรับผิดชอบการจัดโรงเรียนในการจัดการศึกษาระดับชั้นอนุบาลและชั้นเด็กเล็ก ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงวัฒนธรรมสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม
8.จงอธิบายถึงหน่วยงานที่จัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบศูนย์พัฒนาเด็ก
ตอบ    ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัดนั้นเป็นโครงการของกรมการศาสนา สังกัดกระทรวงวัฒนธรรม กองสงเคราะห์เด็กและบุคคลวัยรุ่น กองสงเคราะห์ชาวเขา กองนิคมสร้างตนเองและกองบริการชุมชน
9.จงอธิบายถึงหน่วยงานที่จัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบการศึกษาอื่น ๆ
ตอบ  1. หน่วยงานของรัฐ มีการให้บริการความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กแก่พ่อแม่ผู้ปกครอง โดยมุ่งให้องค์กรท้องถิ่น อาสาสมัคร พ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือบุคคลในครอบครัว
           2. ภาคเอกชนหรือองค์กรเอกชน ได้เริ่มเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาเด็ก และได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีให้จัดตั้งสภาองค์การพัฒนาเด็ก และเยาวชนขึ้นประกอบด้วยองค์กร 50 องค์กร สภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชนมีหน้าที่ประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกำหนดนโยบายเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนในภาคเอกชน
10.จงอธิบายถึงการด าเนินการและลักษณะของโรงเรียนอนุบาล
ตอบ  การดำเนินการ
                     - โรงเรียนอนุบาลของรัฐ อยู่ในความดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ
                     - โรงเรียนอนุบาลของรัฐ อยู่ในความดูแลของคณะกรรมการการอุดมศึกษาหน่วยงานที่รับผิดชอบคือมหาวิทยาลัย
                     - โรงเรียนอนุบาลของเอกชน อยู่ในความดูแลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ
          ลักษณะของโรงเรียนอนุบาล
           1. ขนาด
                     - โรงเรียนอนุบาลขนาดเล็ก เด็กประมาณ 80 คน
                     - โรงเรียนอนุบาลขนาดกลาง เด็กประมาณ 150 คน
                     - โรงเรียนอนุบาลขนาดใหญ่ เด็กประมาณ 150 คนขึ้นไป
           2. สถานที่ตั้งควรอยู่ใกล้ชุมชน
           3. อาคารควรเป็นอาคารชั้นเดียว
           4. บริเวณโรงเรียน ไม่น้อยกว่า 150 ตารางวา
           5. ห้องเรียนขนาด 6 x 8 เมตร หรือ 7 x 9 เมตร
           6. เครื่องเล่น
                     - เครื่องเล่นในร่ม
                     - เครื่องเล่นในสนาม

แบบฝึกหัดท้ายบทที่4


แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 4
1.จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในช่วงไม่มีระบบโรงเรียน
ตอบ   เป็นการศึกษาแบบไม่เป็นทางการคือ ไม่มีการกำหนดหลักเกณฑ์ที่แน่นอน ไม่มีโรงเรียนสำหรับเรียนโดยเฉพาะ ไม่มีหลักสูตร ไม่มีการบังคับการเรียนขึ้นอยู่กับความสมัครใจของผู้เรียน เนื้อหาเน้นด้านพุทธิศึกษาและวิชาชีพเป็นหลัก
2.จงอธิบายถึงปัจจัยที่ทำให้เกิดการปฏิรูปการศึกษาในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ตอบ  การที่พระองค์ได้เสด็จต่างประเทศ ทำให้พระองค์ได้แนวคิดที่จะนำมาปฏิรูปการศึกษาและใช้เป็นแนวทางการพัฒนาบ้านเมือง
3.จงอธิบายถึง วิชาหรือเนื้อหาสาระ 10 อย่าง ของโรงเลี้ยงเด็ก พ.ศ.2433
ตอบ   หลักสูตรการศึกษาซึ่งมีองค์ประกอบที่ปรากฎ คือ ส่วนที่เป็นจุดประสงค์ เนื้อหา และกิจกรรมหรือประสบการณ์เรียนรู้อันเปรียบเสมือนหลักสูตรที่จัดให้เรียน
4.การจัดการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษาในโครงการศึกษา พ.ศ.2441 แบ่งออกเป็นกี่ระดับจงอธิบาย
ตอบ   แบ่งออกเป็น 4 ระดับ คือ
                1. การเล่าเรียนเบื้องต้น (มูลศึกษา) หรือระดับอนุบาล
                2. การเล่าเรียนเบื้องต้น (ปฐมศึกษา)
                3. การเล่าเรียนเบื้องกลาง (มัธยมศึกษา)
                4. การเล่าเรียนเบื้องสูง (อุดมศึกษา)
5.ในยุคเริ่มต้นของการจัดอนุบาลเอกชน พ.ศ.2454 – 2470 มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ  ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติประถมศึกษาซึ่งประกาศเมื่อ วันที่1 กันยายน พ.ศ. 2464และใช้เป็นกฎหมายได้ตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคมในปีเดียวกันพระราชบัญญัตินี้คือ บังคับให้เด็กทุกคนที่อายุตั้งแต่ 7 ปีบริบูรณ์เรียนโดยไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียนและมีการปรับการศึกษาใหม่ฉบับ พ. ศ.2456 และฉบับแก้ไข พ.ศ. 2458 เช่น แบ่งการศึกษาออกเป็น 2 ประเภท คือ สามัญศึกษาและวิสามัญศึกษาแบ่งเป็นชั้นประถมศึกษา 5 ปีและชั้นมัธยมศึกษา 5 ปี
6.การจัดตั้งโรงเรียนอนุบาลละอออุทิศมีความเป็นมาอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ  กระทรวงศึกษาธิการได้มีดำริให้กรมฝึกหัดครูเตรียมการเปิดสอนอนุบาลของรัฐจึงมีการเตรียมการโดยการจัดส่งบุคลากรไปดูงานด้านอนุบาลศึกษาที่ต่างประเทศและได้นำแนวคิดกลับมาดำเนินการและจัดตั้งโรงเรียนอนุบาลของรัฐขึ้นโดยได้รับเงินบริจาคจากกองมรดกของ นางสาวละออ หลิมเซ่งไถ่ สร้างอาคารเรียนและเปิดทำการสอน 2 กันยายน 2483
7.แผนการศึกษาชาติฉบับ พ.ศ.2503 แบ่งการศึกษาออกเป็นกี่ระดับ จงอธิบาย
ตอบ  แบ่งการศึกษาออกเป็น 4 ระดับดังนี้
                1. อนุบาลศึกษาเป็นการอบรมณ์เลี้ยงดูเด็กก่อนการศึกษาภาคบังคับเพื่อเตรียมเด็กให้มีความพร้อมทุกด้านดีพอที่จะเข้ารับการศึกษาต่อไป
                2.ประถมศึกษา คือ การศึกษาภาคบังคับช่วงอาบุ 7-12 ปี
                3.มัธยมศึกษา
                4.อุดมศึกษา
8.ในปี พ.ศ.2523 กระทรวงศึกษาธิการ ได้มีการจัดตั้งหน่วยงานใดให้รับผิดชอบการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษา  จงอธิบาย
ตอบ  สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ โดยมีการจัดโครงการส่งเสริมการศึกษาในท้องถิ่นที่ใช้ภาษาอื่นมากกว่าภาษาไทย โครงการเปิดขยายชั้นเด็กเล็กในพื้นที่ที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจการจัดการศึกษานี้เป็นตัวอย่างและเพื่อการวิจัย
9.หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ.2546 มีความเป็นมาอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ  เป็นหลักสูตรคล้ายกับหลักสูตร พ.ศ. 2540 ต่างกันเพียงแบ่งเด็กออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มแรกเกิด- 3ปี และกลุ่มวัย 3-6 ปี ( อายุ 5 ปี 11 เดือน 29 วัน ) กระทรวงศึกษาธิการหวังว่าหลักสูตรนี้จะเป็นแนวทางในการอบรมเลี้ยงดูจัดประสบการณ์ให้เด็กได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการปฐมวัย
10.จงวิเคราะห์ถึงการศึกษาปฐมวัยของไทยตามความรู้ความเข้าใจของนักศึกษา
ตอบ  การศึกษาปฐมวัยของไทยนั้นได้มีการปรับเปลี่ยนหลักสูตรมาเรื่อยๆเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีศักยภาพสูงสุดซึ่งจะจัดประสบการณ์ให้มีคุณภาพในทิศทางและมาตรฐานเดียวกันช่วยให้เด็กเติบโตเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพในการพัฒนาประเทศไทยต่อไป

แบบฝึกหัดท้ายบทที่8

แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 8 1.จงอธิบายถึงรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในปัจจุบัน ตอบ   รูปแบบ การจัดการศึกษาปฐมวัยในปัจจุบันมี 3 รูปแบบ ได้แก่ กา...